
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ของอินโดนีเซียมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยสหพันธ์บรรจุภัณฑ์อินโดนีเซีย (Indonesian Packaging Federation: IPF) คาดการณ์ว่าในปี 2569 อุตสาหกรรมดังกล่าวจะขยายตัวในอัตรา 5.8-6.3% จากแรงขับเคลื่อนสำคัญของการบริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการดูแลสุขภาพ ตลอดจนการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และความต้องการโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในระดับโลก ภาคอุตสาหกรรมอาหารยังคงเป็นกลุ่มผู้ใช้บรรจุภัณฑ์รายใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 46.41% ของความต้องการใช้งานทั้งหมดในปี 2569 ขณะที่มูลค่าตลาดบรรจุภัณฑ์โลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1.109 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เป็น 1.143 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 ตามรายงานของ Fortune Business Insights
สำหรับประเทศอินโดนีเซีย อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และอีคอมเมิร์ซ ประกอบกับการลงทุนภายในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการลงทุนและอุตสาหกรรมปลายน้ำของอินโดนีเซีย หรือ Indonesia Investment Coordinating Board (BKPM) รายงานว่า มูลค่าการลงทุนรวมในปี 2568 อยู่ที่ 1,931.2 ล้านล้านรูเปียห์ คิดเป็น 101.3% ของเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 1,905.6 ล้านล้านรูเปียห์ แบ่งเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มูลค่า 900.9 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 46.6% และการลงทุนภายในประเทศ (DDI) มูลค่า 1,030.3 ล้านล้านรูเปียห์ หรือ 53.4%
เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว Krista Exhibitions Group หนึ่งในผู้จัดงานแสดงสินค้านานาชาติชั้นนำของอินโดนีเซีย ร่วมกับสหพันธ์บรรจุภัณฑ์อินโดนีเซีย (IPF) จัดงานแถลงข่าวนานาชาติภายใต้หัวข้อ “Driving Innovation and Sustainability: The Future of Packaging, Processing, and Plastics in Indonesia” ณ โรงแรม IBIS Bangkok IMPACT จังหวัดนนทบุรี ประเทศไทย
การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือระหว่างประเทศ เทคโนโลยีเกิดใหม่ และแนวทางการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ซึ่งกำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การแปรรูป และพลาสติกของอินโดนีเซีย รวมถึงตลาดโลก โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน สมาคมวิชาชีพ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรมสูง แข่งขันได้ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ภายในงานได้รับเกียรติจาก Ariana Susanti ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของสหพันธ์บรรจุภัณฑ์อินโดนีเซีย (IPF) เป็นวิทยากรหลัก นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการของตลาดบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซีย แนวโน้มตลาดโลก โอกาสการลงทุน เทคโนโลยีใหม่ ตลอดจนการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญในการปรับเปลี่ยนภาคการผลิตสมัยใหม่ โดยการนำเสนอครั้งนี้คาดว่าจะช่วยสร้างความเข้าใจเชิงกลยุทธ์และเปิดโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างอินโดนีเซียกับผู้ประกอบการจากนานาประเทศ
นอกจากนี้ งานแถลงข่าวยังเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของงาน ALLPack Indonesia 2026 และ Allplas Indonesia 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-23 ตุลาคม 2569 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยในปีที่ผ่านมา ALLPack Indonesia 2025 มีผู้แสดงสินค้ามากกว่า 1,550 บริษัท ดึงดูดผู้เข้าชมงานกว่า 90,000 รายจาก 42 ประเทศทั่วโลก และเกิดการเจรจาธุรกิจ 2,000 ราย สร้างโอกาสด้านความร่วมมือ การลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการขยายตลาดสู่ระดับสากล
Daud D. Salim ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Krista Exhibitions Group กล่าวว่า “ALLPack Indonesia 2026 และ Allplas Indonesia 2026 จะเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถค้นหาและเลือกใช้โซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจของตน พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจแบบ B2B อย่างมีประสิทธิภาพ”
อินโดนีเซียในฐานะหนึ่งในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกและมีตลาดผู้บริโภคที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์ สาธารณสุข และการผลิต ยังคงผลักดันความต้องการโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่มีนวัตกรรมและยั่งยืนมากขึ้น ส่งผลให้ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเร่งการนำเทคโนโลยีมาใช้ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับโลก
ประเทศไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งต่างมีภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่แข็งแกร่ง ยังมีศักยภาพสูงในการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ การแปรรูป การรีไซเคิลพลาสติก และการพัฒนาวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดย Krista Exhibitions Group และ IPF มุ่งหวังให้การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่กว้างขวางยิ่งขึ้นระหว่างผู้นำอุตสาหกรรม นักลงทุน นักวิชาการ สมาคมวิชาชีพ และหน่วยงานภาครัฐจากทั่วโลก
งาน ALLPack Indonesia 2026 จะนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดด้านบรรจุภัณฑ์ การแปรรูปอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมยา โลจิสติกส์ ระบบการพิมพ์ การเข้ารหัส การติดฉลาก และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ Allplas Indonesia 2026 จะรวบรวมเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ เทคโนโลยีรีไซเคิล ไปจนถึงการพัฒนาวัสดุอย่างยั่งยืนที่สนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ด้วยสถานะประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของโลกและตลาดผู้บริโภคที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อินโดนีเซียจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญของนักลงทุนและผู้ประกอบการจากทั่วโลก การมีส่วนร่วมของผู้แสดงสินค้าและผู้เข้าชมงานจากหลากหลายประเทศจะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือข้ามพรมแดน ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมในระดับโลก
ALLPack Indonesia ได้รับการยอมรับในฐานะเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อินโดนีเซีย โดยมีสมาคมชั้นนำเข้าร่วมจัดสัมมนา การนำเสนอผลงาน กิจกรรมสร้างเครือข่าย และเวทีเสวนา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีล่าสุด อาทิ สมาคมผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มอินโดนีเซีย (GAPPMI) สมาคมบริษัทยาอินโดนีเซีย (GP Farmasi) ชมรมบริหารจัดการวัสดุอุตสาหกรรมยา (PMMC) และสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางอินโดนีเซีย (PPAK) โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย
การแถลงข่าวครั้งนี้คาดว่าจะช่วยสร้างความเข้าใจและมุมมองใหม่ให้แก่สื่อมวลชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุน เกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การแปรรูป และพลาสติกของอินโดนีเซีย พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศในฐานะกำลังสำคัญของระบบอุตสาหกรรมโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืน






