Black Ribbon
  • Skip to main content
  • Skip to secondary menu
  • Skip to primary sidebar
  • Skip to footer
Thai Pack Magazine

Thai Pack Magazine

Thai Pack Magazine

  • Home
  • Activity
    • News
    • Events
  • Articles
    • Articles
    • Intrend
    • Focus
    • Special Scoop
    • Special Area
    • เรื่องเล่าคนทำกล่อง
  • E-Book
  • E-Directory
  • About Us
  • Advertise
  • Contact Us

กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังภาคเอกชน เสริมแกร่งซัพพลายเชน ยืนยันเม็ดพลาสติกไม่ขาดตลาด

April 1, 2026 by ThaiPackMagazine

กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคเอกชนผู้ผลิตปิโตรเคมี จัดงาน “เชื่อม Supply ปิโตรเคมีไทย จากต้นน้ำถึงผู้ใช้” เพื่ออัปเดตสถานการณ์ปิโตรเคมีไทย รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ใช้ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย พร้อมด้วยผู้แทนผู้ผลิตปิโตรเคมี ร่วมเวทีเสวนา “สถานการณ์และความร่วมมือห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีไทย” ณ Enterprise Hall อาคาร EnCo Terminal (EnTer)

อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า สถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศมีความผันผวนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาค ส่งผลต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านข้อมูลการค้า การติดตามสถานการณ์ตลาดโลก มาตรการดูแลผู้ประกอบการ และการประสานความร่วมมือ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ โดยการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเท็จจริง และมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางสร้างความร่วมมือให้ห่วงโซ่อุปทานมีความมั่นคง ยืดหยุ่น และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้นน้ำมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย  ขณะที่อุตสาหกรรมกลางน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก เผชิญกับราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับเพิ่ม ขึ้นถึง 50-70% ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา และเครื่องสำอาง ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านวัตถุดิบและการขนส่งพร้อมกัน

สำหรับแนวทางการรับมือ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง เน้นการใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง Ecosystem ของ Supply Chain ประเทศไทย และการพัฒนาระบบบริหารจัดการและจัดทำสต็อกให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิล หรือวัตถุดิบอื่นที่ทดแทนได้ รวมถึงการยกระดับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ตลอดจนผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทโลกที่กำลังก้าวสู่ยุคการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization)

ขณะที่ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมีเปิดเผยว่า ภาคการผลิตยังคงดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพ สามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้อย่างเพียงพอ โดยเม็ดพลาสติกประเภท  โพลิเอทิลีน (Polyethylene: PE) ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด ฝาขวด และถุงหูหิ้ว ยังคงมีซัปพลายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ซึ่งใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร อาทิ ซองอาหาร ถุงร้อน และกล่องพลาสติก อาจมีความตึงตัวในบางช่วง อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยังสามารถบริหารจัดการซัพพลายได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมียังยืนยันแนวทางบริหารซัปพลาย โดยให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศเป็นลำดับแรก (Domestic First) ควบคู่กับการบริหารสต็อก การวางแผนส่งมอบ และการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการขาดแคลนในบางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งทำงานร่วมกับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการวางแผนความต้องการล่วงหน้า และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบทดแทน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และยืนยันว่าซัปพลายยังคงเพียงพอ รองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดพื้นที่ Technical Clinic เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างผู้เชี่ยวชาญของผู้ผลิตเม็ดพลาสติกกับผู้ใช้ปลายทาง โดยมุ่งให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาและสนับสนุนด้านเทคนิค เพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างราบรื่น รวมถึงช่วยให้สามารถเลือกใช้เม็ดพลาสติกทดแทนได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีไทยโดยรวม

facebookShare on Facebook
TwitterTweet

Filed Under: News, Activity Tagged With: PP, PE

Primary Sidebar

New E-Book

THAI PACKAGING NEWSLETTER #176 March-April 2026

THAI PACKAGING NEWSLETTER #175 January-February 2026

THAI PACKAGING NEWSLETTER #174 November-December 2025

  • Facebook

ADVERTISING

Footer

Exclusive Clients

Recent

  • กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลังภาคเอกชน เสริมแกร่งซัพพลายเชน ยืนยันเม็ดพลาสติกไม่ขาดตลาด April 1, 2026
  • GC เดินเครื่องผลิตเม็ดพลาสติก PE ต่อเนื่อง รองรับอุตสาหกรรมไทยท่ามกลางความผันผวนโลก March 31, 2026
  • เต็ดตรา แพ้ค เปิดศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งใหม่ที่จังหวัดระยอง March 30, 2026
  • BG เดินหน้าขยาย “BG Recycle Centre” สู่สถานีที่ 26 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม March 27, 2026
  • 3 มหกรรมอุตสาหกรรมแห่งปี! รวมงานพิมพ์ การ์เม้นท์ แพ็คเกจจิ้ง ครบวงจรในที่เดียว March 27, 2026
  • SCGP-ศรีจันทร์-MAT ชวนนิสิต นักศึกษา แสดงพลังสร้างสรรค์ ปั้นบรรจุภัณฑ์สู่กลยุทธ์การตลาดบนเวที “SCGP Packaging Speak Out 2026” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ March 24, 2026
  • Vertiv เปิดตัว UPS เกรดอุตสาหกรรม สำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม March 20, 2026

Search

TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD.

471/3-4 Phayathai Place, Sri-Ayutthaya Road, Tung Phayathai Ratchatewi, Bangkok 10400

Tel. 0-2354-5333, 0-2644-4555

thaipackaging.mkt@gmail.com

Copyright © 2026 · Magazine Pro on Genesis Framework · WordPress · Log in