Black Ribbon
  • Skip to main content
  • Skip to secondary menu
  • Skip to primary sidebar
  • Skip to footer
Thai Pack Magazine

Thai Pack Magazine

Thai Pack Magazine

  • Home
  • Activity
    • News
    • Events
  • Articles
    • Articles
    • Intrend
    • Focus
    • Go Green
    • Special Scoop
    • Special Area
    • ถามจริง ตอบจัง
    • รอบรู้กับบรรจุภัณฑ์
    • เรื่องเล่าคนทำกล่อง
  • E-Book
  • E-Directory
  • About Us
  • Advertise
  • Contact Us

ถามจริง ตอบจรัง เรื่องที่ 31: พิจารณาอย่างไรจึงเข้าข่ายบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก? (ตอนที่ 2)

July 13, 2026 by ThaiPackMagazine

ถามจริง ตอบจัง ฉบับนี้ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว เพราะยังมีผู้ประกอบการอีก 3 ราย ที่ถามเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

รายที่ 1: บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง

ผู้ถาม: ผมเป็นผู้ค้าปลีกน้ำมันเครื่อง สนใจจะขยายตลาดไปต่างประเทศ สังเกตว่ามีการใช้ขวดพลาสติกกันทุกแบรนด์ เพราะเหตุผลอะไร เจ้าของแบรนด์ได้ทำอะไรเพื่อรักษ์โลกบ้างครับ
ผู้ตอบ: ขวดพลาสติกเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับน้ำมันเครื่องที่นิยมใช้กันทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย มีเหตุผลดังนี้
พลาสติกที่ใช้ คือ HDPE เกรดที่ไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำมันเครื่อง และทนต่อการกัดกร่อนของผลิตภัณฑ์ได้ดี ทำให้ขวดไม่แตกร้าว เม็ดพลาสติกดังกล่าวผลิตได้ในประเทศ ขวดก็สามารถผลิตได้ในประเทศเช่นกัน ทำให้ต้นทุนไม่สูง น้ำมันเครื่องมีขนาดบรรจุต่าง ๆ ถ้าเป็นขวดขนาดใหญ่จะออกแบบให้ขวดมีหูหิ้วเพื่อให้ยกเทสะดวก มีฝาปิดแน่นหนา ไม่รั่วซึม เปิดง่ายและปิดใหม่ได้ เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์หมดแล้ว ขวดเปล่าสามารถรวบรวมนำไปรีไซเคิลได้

ในปัจจุบันเจ้าของแบรนด์ใหญ่ ๆได้พัฒนาขวดพลาสติกให้รักษ์โลกด้วย 2 แนวทาง คือ

-การออกแบบขวดใหม่ให้สามารถลดน้ำหนักขวดได้ เพื่อลดการใช้พลาสติก โดยไม่กระทบต่อคุณสมบัติในการใช้งาน ดังรูป

-การใช้พลาสติกรีไซเคิล (rHDPE) เป็นวัตถุดิบ แทนการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin HDPE) rHDPE ที่ใช้ได้มาจากขวด HDPE ที่บรรจุผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาแล้ว ที่เรียกว่า Post-Consumer Recycled (PCR) Resins ซึ่งสอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและลดก๊าซเรือนกระจกได้ ในขั้นต้นมีการใช้เม็ด PCR เพียง 30% ในปัจจุบันสามารถเพิ่มขึ้นเป็น 100% แล้ว โดยเจ้าของแบรนด์ได้พัฒนาร่วมกับผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและผู้ผลิตขวด เพื่อให้คงคุณสมบัติของขวดตามต้องการได้

ผู้ถาม: ผมได้ทราบมาว่าในยุโรปมีการใช้กล่องกระดาษบรรจุน้ำมันเครื่อง แทนการใช้ขวดพลาสติก น่าจะเป็นแนวทางที่ดีนะครับ อาจารย์มีข้อคิดเห็นอย่างไร
ผู้ตอบ: กล่องกระดาษ เริ่มมีการใช้กับการบรรจุน้ำมันเครื่องบางประเทศในยุโรป แต่ไม่กว้างขวาง ดังรูป กล่องทำจากกระดาษเกรดพิเศษที่มีความแกร่ง มีการเคลือบฟิล์มพลาสติกเกรดเฉพาะที่ผิวในเพื่อป้องกันกระดาษดูดซึมน้ำมันเครื่อง ขึ้นรูปกล่องด้วยเทคนิคพิเศษที่ป้องกันการรั่วได้ กล่องไม่มีจุกและฝาพลาสติก จึงจำเป็นต้องออกแบบให้ฉีกเปิดที่ปากกล่องเพื่อเทผลิตภัณฑ์ หากใช้ผลิตภัณฑ์ไม่หมดในครั้งเดียวจะไม่สามารถปิดใหม่ได้ กล่องเปล่าที่ใช้แล้วไม่สามารถรีไซเคิลได้ เพราะมีการเคลือบผิวด้วยฟิล์มพลาสติก กลายเป็นขยะที่ไร้ค่าอยู่ในบ่อฝังกลบ สรุปคือกล่องกระดาษดังกล่าวไม่เหมาะสมในการใช้งานนัก ตอบโจทย์เรื่องการลดพลาสติกเท่านั้น

ที่มาของรูป: คุณมานิตย์ กมลสุวรรณ

นอกจากขวดพลาสติกและกล่องกระดาษดังกล่าวแล้ว ยังมีบรรจุภัณฑ์อีกประเภทที่ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง นั่นคือ ถุงพลาสติกแบบตั้งได้ (ดังรูป) ซึ่งมีการใช้เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น พัฒนาโดยบริษัท Toppan Japan เป็นถุงตั้งที่มีลักษณะพิเศษตรงที่ถุงมีกระเปาะอากาศข้างๆ เรียกว่า Air Hold Pouch ทำให้ทรงตัวได้ดีเมื่อวางตั้งและระหว่างการเทผลิตภัณฑ์ มีจุกและฝาเพื่อให้เปิดง่ายและปิดใหม่ได้ ถุงทำจากฟิล์มหลายชั้นที่รักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ดี ทนต่อการกัดกร่อนของผลิตภัณฑ์ ถุงไม่รั่วซึมและฟิล์มไม่ลอกชั้นตลอดอายุการเก็บ

ผู้ถาม: เป็นความรู้ใหม่เลยครับ อาจารย์ช่วยแนะนำปัจจัยในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องให้ด้วย เพื่อเป็นแนวทางสื่อสารอย่างถูกต้องกับลูกค้า
ผู้ตอบ: ปัจจัยในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง สรุปได้ดังนี้

  1. Product-Package Compatibility การเข้ากันได้ระหว่างผลิตภัณฑ์กับบรรจุภัณฑ์ คือ วัสดุบรรจุภัณฑ์ต้องทนต่อการกัดกร่อนของน้ำมันเครื่องได้ ไม่เกิดการแตกร้าว ปริแตก แยกชั้น และรั่วซึม ตลอดอายุการเก็บของสินค้าซึ่งมักกำหนดที่ 2 ปี ผู้ผลิตสินค้าจึงต้องมีการทดสอบก่อนจะสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์มาใช้ เพราะมีผลต่อคุณภาพของสินค้าเมื่อออกตลาด
  2. Filling and Sealing Machine Investment การลงทุนเครื่องบรรจุและผลผลิต (ความเร็ว) ที่ได้ มีผลต่อต้นทุนสินค้า
  3. QC of Incoming Pack and Finished Good การควบคุมคุณภาพบรรจุภัณฑ์เปล่าก่อนการบรรจุ และบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้ามีคุณภาพสม่ำเสมอ
  4. Use Convenience ความสะดวกในการใช้งาน ได้แก่ การหิ้ว เท เปิด และปิดใหม่หากใช้ผลิตภัณฑ์ไม่หมด
  5. Carbon Footprint การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนของซัพพลายเชน ตั้งแต่การผลิตวัสดุ การขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์ และการลำเลียงขนส่ง
  6. Recyclability ระบบในการรวบรวมบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลในเชิงการค้า
  7. Supply Availability การจัดหาบรรจุภัณฑ์ เช่น จำนวนผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในประเทศ และปริมาณการผลิตที่รองรับความต้องการได้
  8. Cost ราคารวมของบรรจุภัณฑ์ (รวมการพิมพ์หรือฉลาก)

การเปรียบเทียบปัจจัยทั้ง 8 ข้อ ระหว่างบรรจุภัณฑ์ทั้ง 3 ประเภท ในกรณีการใช้งานในประเทศไทย สรุปเป็นตารางดังนี้

                ปัจจัย      ขวดพลาสติก     ถุงตั้งมีกระเปาะอากาศ       กล่องกระดาษ
1.Product-Package CompatibilityPassedPassedNeed Full Testing
2.Filling and Sealing Machine InvestmentNo InvestmentNeed InvestmentNeed Investment
3.QC of Incoming Pack and Finished GoodNormal QC  (Has Experience)Need Tight QC (Less Experience)Need Tight QC (No Experience)
4.Use ConvenienceVery GoodVery GoodNot Good
5.Carbon FootprintLowLowHigh
6.RecyclabilityYesNo in ThailandNo in Thailand
7.Supply AvailabilityMany SuppliersNo Supplier in THNo Suppler in TH
8.CostMediumMediumVery High
จากตารางจะเห็นว่า ขวดพลาสติก HDPE เหมาะสมที่สุดในการใช้กับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องในประเทศไทยในปัจจุบัน ถ้าเป็นการใช้ในต่างประเทศ ปัจจัยในข้อ 3 และ 7 จะต่างไปจากที่ระบุในตาราง บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมจึงอาจต่างกันได้

รายที่ 2: บรรจุภัณฑ์รวมหน่วยทิชชูม้วน

ผู้ถาม: ในต่างประเทศ เช่น แคนาดา บางประเทศในยุโรป และญี่ปุ่น มีการใช้กระดาษแทนการใช้ฟิล์มพลาสติกสำหรับการห่อรวมหน่วยทิชชูม้วน ดังรูป เราควรจะเปลี่ยนเช่นกัน เพื่อลดการใช้พลาสติก

ผู้ตอบ: บรรจุภัณฑ์รวมหน่วยทิชชูม้วนเป็นที่นิยมมากในตลาดประเทศไทย โดยการใช้ฟิล์มพลาสติก LDPE ห่อด้วยเครื่อง ปิดผนึกด้วยความร้อน ราคาขายยกห่อต่ำกว่าการซื้อแยกเป็นม้วน มีจำนวนม้วนต่อห่อให้เลือกมากมาย เช่น 4-30 ม้วน

การห่อด้วยฟิล์มพลาสติก LDPE มีข้อดีหลายประการ คือ

  1. ฟิล์มมีความเหนียวและยืดตัวได้ดี จึงใช้กับเครื่องห่อทิชชูอัตโนมัติความเร็วสูงได้ดี และสามารถรับน้ำหนักของทิชชูจำนวนหลายม้วนในระหว่างการลำเลียงขนส่งได้
  2. ฟิล์มมีความใส ทำให้เห็นขนาด จำนวน และหน้าตาของม้วนทิชชูในห่อได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
  3. พิมพ์ได้ดี สื่อสารได้ชัดเจน
  4. การผลิตฟิล์มใช้พลังงานและน้ำต่ำ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ
  5. สามารถรีไซเคิลได้ 100% ตอบโจทย์ Circular Economy
  6. ราคาต่ำ เม็ดพลาสติกผลิตในประเทศและมีผู้ผลิตฟิล์มจำนวนมากในประเทศ

การห่อด้วยกระดาษ ปัจจัยที่ต้องพิจารณา คือ

  • เกรดกระดาษที่ใช้ต้องเลือกให้เหมาะกับจำนวน (น้ำหนัก) ทิชชูม้วนที่รวมหน่วย เพราะกระดาษมีโอกาสขาดได้ง่ายในระหว่างการลำเลียงขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกน้ำ
  • กระดาษมีความทึบแสง ทำให้ไม่เห็นขนาด จำนวน และหน้าตาของม้วนทิชชูในห่อ
  • การผลิตกระดาษใช้พลังงานและน้ำสูงกว่า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าการผลิตฟิล์มพลาสติก
  • ต้องลงทุนเครื่องห่อใหม่
  • รีไซเคิลได้ 100%
  • ราคาสูงกว่าฟิล์มพลาสติกมาก

ผู้ถาม: ในด้านสิ่งแวดล้อม ทำไมประเทศดังกล่าวไม่ใช้ฟิล์มพลาสติกซึ่งรีไซเคิลได้ แต่ใช้กระดาษ
ผู้ตอบ: ตามข้อคิดเห็นส่วนตัวของอาจารย์ เพราะสภาวะในประเทศดังกล่าวแตกต่างจากบ้านเรา เช่น

  • การรวบรวมขยะพลาสติกเพื่อไปรีไซเคิล มักเน้นเฉพาะบรรจุภัณฑ์พลาสติกคงรูป เช่น ขวด ถ้วย ถาด และกล่อง สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไม่นิยมแยกขยะฟิล์มพลาสติกเพื่อรีไซเคิล – อุตสาหกรรมกระดาษมีความก้าวหน้ามาก มีวัตถุดิบสำหรับการผลิตเยื่อกระดาษในเกรดที่เหมาะสมกับการห่อรวมหน่วยทิชชูม้วน ตอบสนองต่อนโยบาย “Less Plastic”
  • ประชาชนส่วนใหญ่มีกำลังซื้อสูง แม้ว่าการใช้กระดาษจะราคาสูงกว่าการใช้ฟิล์มพลาสติก ก็ไม่กระทบต่อการซื้อ

สรุป บรรจุภัณฑ์รวมหน่วยทิชชูม้วนสำหรับตลาดประเทศไทยควรใช้การห่อด้วยฟิล์มพลาสติก LDPE เพราะต้นทุนต่ำ ใช้พลังงานและน้ำต่ำ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และรีไซเคิลได้เชิงการค้าในประเทศ ขอเพียงให้ผู้บริโภคแยกทิ้งฟิล์มรวมหน่วยและฟิล์มม้วนย่อย ให้รถขยะ/ซาเล้ง หรือนำไปใส่ในถัง “วน” เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
ผู้ถาม: ขอบคุณมากครับ

รายที่ 3: บรรจุภัณฑ์รวมหน่วยเครื่องดื่ม

ผู้ถาม: ซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศ เครื่องดื่มที่บรรจุในกระป๋องและขวดมักขายแบบรวมหน่วยเป็นแพ็กใหญ่ จำนวน 4-6 หน่วยต่อแพ็ก สื่อต่าง ๆ ได้รณรงค์ให้ลดการใช้พลาสติก เพราะทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ทำไมบรรจุภัณฑ์ที่รวมหน่วยเครื่องดื่มเหล่านี้จึงยังใช้ฟิล์มพลาสติกครับ
ผู้ตอบ: เรื่องนี้คล้ายกับเรื่องที่ 2 ที่กล่าวข้างต้นค่ะ ต่างกันที่ฟิล์มพลาสติกที่ใช้รวมหน่วยเครื่องดื่มที่บรรจุในกระป๋องและขวดเป็นฟิล์มหด LDPE ซึ่งมีข้อดีหลายด้าน เช่น
-เพิ่มประสิทธิภาพในด้านการผลิตและโลจิสติกส์ ฟิล์มมีความเหนียว ยืดตัวได้สูง หดรัดได้แน่น ไม่ขาดง่าย สามารถรับน้ำหนักของเครื่องดื่มได้ ใช้กับเครื่องห่อแบบหดรัด (Shrink Bundle Packing) อัตโนมัติความเร็วสูงได้

  • ช่วยส่งเสริมด้านการตลาด ฟิล์มที่ใช้พิมพ์ได้ดี เมื่ออยู่บนชั้นวางขายสามารถสื่อสารแบรนด์ ประเภทเครื่องดื่ม จำนวน และข้อความส่งเสริมการขาย ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจและตัดสินใจซื้อสินค้า ดังรูป
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การผลิตฟิล์มใช้พลังงานและน้ำต่ำ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ และสามารถรีไซเคิลได้ 100% จึงไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมหากผู้บริโภคแยกฟิล์มที่ห่อนี้ รวบรวมให้รถขยะ/ซาเล้ง หรือนำไปใส่ในถัง “วน” เพื่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล
  • ราคาต่ำ เม็ดพลาสติกผลิตในประเทศและมีผู้ผลิตฟิล์มจำนวนมากในประเทศ
การใช้ฟิล์มหดเพื่อรวมหน่วยเครื่องดื่มในกระป๋อง ฟิล์มมีการพิมพ์ที่สื่อสารได้ดี ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจ
การใช้ฟิล์มหดเพื่อรวมหน่วยเครื่องดื่มในขวด ฟิล์มมีการพิมพ์ที่สื่อสารได้ดี ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคสนใจ

ผู้ถาม: มีเครื่องดื่มบางแบรนด์ใช้กระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์รวมหน่วย ดังรูป อาจารย์คิดเห็นอย่างไรครับ

ผู้ตอบ: เป็นรูปแบบที่ใช้แผ่นกระดาษยึดปากกระป๋องหรือคอขวดไว้ด้วยกัน แม้ว่ากระดาษที่ใช้จะรีไซเคิลได้ 100% ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่การผลิตกระดาษใช้พลังงานและน้ำสูงกว่า ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าการผลิตฟิล์มพลาสติก เกรดกระดาษที่ใช้ต้องเหนียวและแข็งแรงเพียงพอต่อการรับน้ำหนักรวมของเครื่องดื่ม และไม่ให้ฉีกขาดในระหว่างการหิ้วและการลำเลียงขนส่ง รูปแบบกระดาษมีข้อจำกัดในพื้นที่การพิมพ์ จึงทำให้การสื่อสารและความโดดเด่นเมื่ออยู่บนชั้นวางขายไม่ดีเท่าการใช้ฟิล์มพลาสติกที่พิมพ์ อีกทั้งต้นทุนก็สูงกว่าการใช้ฟิล์มพลาสติกมาก

จากเหตุผลและการเปรียบเทียบที่กล่าวมาทั้งหมด อาจารย์เห็นว่าในประเทศไทยควรใช้ฟิล์มหดเพื่อรวมหน่วยเครื่องดื่มที่บรรจุในกระป๋อง ขวดพลาสติก และขวดแก้ว ค่ะ

ผู้ถาม: ผมเห็นด้วย ขอบคุณสำหรับความรู้และข้อคิดเห็นของอาจารย์ มีประโยชน์ครับ

ท้ายสุด บรรจุภัณฑ์ที่กล่าวมาทั้งหมดในบทความนี้ คิดว่าเหมาะสมหรือไม่ในเชิงการค้า? คำตอบ คือ อาจเหมาะสม หรือไม่เหมาะสมก็ได้ ขึ้นกับแต่ละประเทศ ซึ่งมีความแตกต่างกันในด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์ สภาวะโลจิสติกส์ ลักษณะในการวางขาย พฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย และระบบการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในประเทศหนึ่งอาจไม่เหมาะสมในอีกประเทศหนึ่งก็ได้

facebookShare on Facebook
TwitterTweet

Filed Under: ถามจริง ตอบจัง, Activity Tagged With: HDPE, ถามจริง ตอบจัง, rHDPE

Primary Sidebar

New E-Book

THAI PACKAGING NEWSLETTER #178 July-August 2026

THAI PACKAGING NEWSLETTER #177 May-June 2026

THAI PACKAGING NEWSLETTER #176 March-April 2026

  • Facebook

ADVERTISING

Footer

Exclusive Clients

Recent

  • ถามจริง ตอบจรัง เรื่องที่ 31: พิจารณาอย่างไรจึงเข้าข่ายบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก? (ตอนที่ 2) July 13, 2026
  • เมสเซ่ จับมือ 2 สมาคมฯ เตรียมเปิดตัว 4 โซนใหม่ ในงาน PACK PRINT INTERNATIONAL 2027 July 10, 2026
  • Mommy Booster จับมือ Papa Paper ปฏิวัติแพคเกจจิ้ง เปลี่ยน “กากหัวปลี” เป็นกันกระแทกรักษ์โลก July 10, 2026
  • AI กับการปฏิวัติโครงสร้างบรรจุภัณฑ์: ลดต้นทุน รักษ์โลก ด้วยดีไซน์อัจฉริยะ (Generative Design) July 9, 2026
  • เต็ดตรา แพ้ค เปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับผลิตภัณฑ์ทูน่ารายแรกในอุตสาหกรรม July 8, 2026
  • อินฟอร์มา เตรียมขนทัพโซลูชันด้านสุขอนามัยล่าสุดร่วมโชว์ในงาน Food & Hospitality Thailand 2026 July 7, 2026
  • THAI PACKAGING NEWSLETTER #178 July-August 2026 July 6, 2026

Search

TECHNOLOGY MEDIA CO.,LTD.

471/3-4 Phayathai Place, Sri-Ayutthaya Road, Tung Phayathai Ratchatewi, Bangkok 10400

Tel. 0-2354-5333, 0-2644-4555

thaipackaging.mkt@gmail.com

Copyright © 2026 · Magazine Pro on Genesis Framework · WordPress · Log in