
กิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ด้วยโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Design Product-Upcycle Product) เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจ SME ปรับตัวและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจ SME ด้วยการประยุกต์ใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
โครงการนี้มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการนำหลักการ Circular Economy มาใช้ในการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเน้นการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาเพิ่มมูลค่าใหม่ผ่านกระบวนการ Upcycling ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดยุคใหม่ บทความชุดนี้จะนำเสนอแนวคิด รวมถึงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผ่านโครงการ เพื่อเป็นกรณีศึกษาให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอดและพัฒนาสินค้าของตนเองให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน
กิจกรรมการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ด้วยโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Design Product-Upcycle Product) ดำเนินงานโดย บริษัท อินโนเวชั่น พริ้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย และได้รับการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์จากสมาคม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์และเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย ความร่วมมือระหว่างสมาคมกับภาครัฐในโครงการลักษณะนี้ช่วยให้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามหลัก Circular Economy สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ประกอบการ SME ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งยังสนับสนุนการปรับตัวของภาคธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืน
สมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทยเป็นองค์กรที่มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ที่สามารถช่วยพัฒนาแนวทางการออกแบบและการตลาดให้เหมาะสมกับแนวโน้มของอุตสาหกรรม ทั้งในด้านวัสดุ การผลิต และการนำกลับมาใช้ใหม่ การเข้ามามีบทบาทสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ในโครงการนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไทย และช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคธุรกิจกับภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้ริเริ่มโครงการเพื่อส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจ SME ให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล โดยใช้แนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นแกนหลักในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ โครงการนี้มุ่งเน้นการนำแนวคิด 4R 1U (Reduce, Reuse, Recycle, Repair, Upcycle) มาใช้ในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน เพื่อลดการใช้ทรัพยากร ลดปริมาณของเสีย และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสามารถปรับตัวเข้ากับแนวโน้มตลาดที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ โครงการยังสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีองค์ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานและฉลากสิ่งแวดล้อม เช่น ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อช่วยให้สินค้าสามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการลงทุนและบูรณาการเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในการผลักดันเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งวิสาหกิจชุมชน SME และธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ระยะเวลาดำเนินการ 180 วัน โดยมีบริษัทที่สมัครเข้าร่วมมากกว่า 30 บริษัท ก่อนจะได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการเหลือ 7 บริษัท เพื่อเข้ารับคำปรึกษาเชิงลึกจากทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โครงการมุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับหลัก 4R 1U ผ่านการให้คำปรึกษาในสถานประกอบการ หรือห้องปฏิบัติการ โดยกำหนดระยะเวลาการให้คำปรึกษาไม่น้อยกว่า 8 Man-Day หรือ 48 Man-Hour ต่อผลิตภัณฑ์
การให้คำปรึกษาครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การทดลองและแปรสภาพวัสดุให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เชิงสร้างสรรค์ การพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับธุรกิจ การสร้างองค์ความรู้เพื่อเพิ่มคุณภาพและมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการผลิตต้นแบบในเชิงพาณิชย์ที่ตอบโจทย์ตลาด นอกจากนี้ยังมีแนวทางการคำนวณและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ให้ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุใหม่ (Virgin) พร้อมให้คำแนะนำในการขอรับรอง Carbon Footprint of Circular Economy (CE-CFP) เพื่อช่วยให้ผลิตภัณฑ์สามารถแข่งขันในตลาดที่มุ่งเน้นความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงการ Circular Design Product-Upcycle Product เป็นก้าวสำคัญในการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่ผลิตภัณฑ์ โดยมีบริษัท 7 ราย ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารับคำปรึกษาเชิงลึกในการออกแบบและพัฒนาสินค้าภายใต้หลัก 4R 1U นี่ไม่ใช่การลดขยะหรือใช้วัสดุซ้ำ แต่คือการพลิกโฉมธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนและสร้างความแตกต่างในตลาด





