ในตอนที่ 2 ของบทความชุดนี้ ผู้อ่านได้ทำความรู้จักกับหนึ่งในผลิตภัณฑ์อัปไซเคิลที่ผ่านการพัฒนาในโครงการ Circular Design Product – Upcycle Product ซึ่งดำเนินการโดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมไปแล้ว และได้เห็นภาพการลงพื้นที่จริงที่ผู้ประกอบการได้รับคำปรึกษาเชิงลึกจากทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงได้ทราบแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล
สำหรับ ตอนที่ 3 นี้ ผู้เขียนจะพาผู้อ่านมาสำรวจผลงานที่จับต้องได้จากผู้ประกอบการอีก 3 ราย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า “เศษวัสดุ” ที่เหลือจากการผลิต หากได้รับการออกแบบใหม่ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ก็สามารถกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า สร้างรายได้ และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
1. บริษัท แบ็กส์ แอนด์ โกล์ฟ จำกัด
จากเศษพลาสติกสู่เก้าอี้เต่าทะเล: เรื่องราวของ Upcycling Chair – Turtle Series
ผลิตภัณฑ์ “Upcycling Chair – Turtle Series” คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าและเรื่องราว โดยเริ่มต้นจากการนำเศษฟิล์มพลาสติก PE ซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตถุงมือและฟิล์มกันเปื้อนของบริษัทเอง มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดปริมาณขยะอุตสาหกรรม
แรงบันดาลใจสำคัญในการออกแบบมาจากเต่าทะเล ซึ่งถูกใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อสื่อสารประเด็นปัญหา “ขยะทะเล” และปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เก้าอี้ชุดนี้ไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตยุคใหม่ โดยเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบ Modular Flat-Pack ที่ผู้ใช้สามารถประกอบได้เอง (DIY) มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง สามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่า 100 กิโลกรัม เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัดอย่างคอนโดหรือโฮมออฟฟิศ นอกจากนี้ ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกันในแต่ละตัวยังช่วยเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนได้ครอบครองงานศิลปะ “ชิ้นเดียวในโลก”
ในด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง โดยเก้าอี้ Upcycle มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพียง 26.64 KGCO₂e/ชิ้น ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ลักษณะเดียวกันที่ผลิตแบบปกติมีค่าสูงถึง 78.52 KGCO₂e/ชิ้น เท่ากับว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 66.07% ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการออกแบบที่สร้างสรรค์สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ขยะและสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม

2. บริษัท ศิริโฉม ช้อป จำกัด
จากเศษผ้าซาตินสู่แฟชั่นรักษ์โลก: เรื่องราวของ “ผ้าลิขิตลุค”
บริษัท ศิริโฉม ช้อป จำกัด ได้นำเสนอ “ผ้าลิขิตลุค” ผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อม โดยจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์มาจากเศษผ้าซาตินที่เหลือทิ้งจากส่วนหัวและท้ายม้วนในกระบวนการพิมพ์ลาย ซึ่งถูกนำมาเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการ Upcycling ภายใต้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
แนวคิดหลักของ “ผ้าลิขิตลุค” คือการสร้างสรรค์ผ้าพันคออเนกประสงค์ขนาด 40 x 100 เซ็นติเมตร ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้หลากหลายด้วยการติดกระดุม ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ด้านแฟชันและการใช้งาน แต่ยังสะท้อนวัฒนธรรมไทยผ่านลายการ์ตูนแมวซึ่งเป็นตัวแทนของผู้หญิงจาก 4 ภาค เพื่อเพิ่มเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจให้แก่ผลิตภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาสินค้าที่มีเอกลักษณ์และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
ในมิติของความยั่งยืน ผลิตภัณฑ์นี้สร้างผลกระทบเชิงบวกได้อย่างชัดเจน โดย “ผ้าลิขิตลุค” มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพียง 1.60 KGCO₂e/ชิ้น เทียบกับผลิตภัณฑ์แบบปกติที่มีค่าสูงถึง 8.00 KGCO₂e/ชิ้น ส่งผลให้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 80.00% ถือเป็นตัวอย่างของการผสานความคิดสร้างสรรค์ทางธุรกิจเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัวและยั่งยืน

3. บริษัท คอนิเมก จำกัด
จากเศษพลาสติกอุตสาหกรรมสู่กระเป๋าแฟชั่น: เรื่องราวของ “กระเป๋ารักษ์โลก สาน-ต่อ”
บริษัท คอนิเมก จำกัด ได้สร้างสรรค์ “กระเป๋ารักษ์โลก สาน-ต่อ” (SAN-TOR BAG) ผลิตภัณฑ์ที่เปลี่ยนมุมมองของแฟชั่นที่ยั่งยืน โดยนำ เศษพลาสติก HDPE และ LDPE ที่เหลือจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรม มาผ่านกระบวนการรีไซเคิลและ Upcycling ด้วยการหลอม รีดเป็นเส้น และฉีดขึ้นรูปใหม่ เพื่อสร้างเป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์โดดเด่นตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
แนวคิดของผลิตภัณฑ์นี้คือการผสานความงามเชิงอุตสาหกรรมเข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ โดยออกแบบกระเป๋าให้มีความเรียบหรู ใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะถือหรือสะพาย และเหมาะกับทุกโอกาส พื้นผิวและโครงสร้างของกระเป๋าสะท้อนที่มาของวัสดุรีไซเคิลอย่างมีศิลปะ ทำให้ไม่เป็นเพียงเครื่องประดับ แต่ยังเป็นเครื่องมือสื่อสารแนวคิดเรื่องความยั่งยืนและความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ให้กลายเป็นของที่มีคุณค่าและสไตล์
ความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อมสะท้อนให้เห็นผ่านผลลัพธ์ด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างชัดเจน โดย “กระเป๋ารักษ์โลก สาน-ต่อ” มีค่าคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพียง 0.80 KGCO₂e/ชิ้น ซึ่งต่ำกว่าผลิตภัณฑ์แบบปกติที่มีค่าถึง 5.84 KGCO₂e/ชิ้น นั่นหมายความว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงถึง 86.30% ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ที่ยอดเยี่ยมของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม มีคุณภาพ และเป็นมิตรต่อโลกอย่างแท้จริง

สรุปภาพรวม
ทั้ง 3 ผลิตภัณฑ์นี้แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่เพียงแนวคิด แต่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลงานของผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย ไม่เพียงช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ แต่ยังสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่เศษวัสดุที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า
ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ Circular Design Product – Upcycle Product ที่ต้องการยกระดับ SME ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยไม่ทิ้งความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และในตอนสุดท้าย (ตอนที่ 4) ผู้เขียนจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์อัปไซเคิลอีก 3 ชิ้น ที่จะปิดท้ายซีรีส์นี้อย่างสมบูรณ์






